Download the PDF full-text

Oligonol ช่วยเพิ่มสมรรถภาพการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง

การเสริมโอลิโกนอล สารสกัดโพลีฟีนอลจากลิ้นจี่ชนิดโอลิโกเมอร์ (OLFE) ช่วยเพิ่มสมรรถภาพการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงในนักกีฬาชาย

วัตถุประสงค์: การออกกำลังกายหนักเป็นเวลานานจะสร้างอนุมูลอิสระ (ROS) ที่ทำลายโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์  คณะผู้วิจัยจึงทดสอบว่าโอลิโกนอล สารสกัดจากลิ้นจี่ (OLFE) ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอลโมเลกุลเล็กในปริมาณสูง จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพของนักกีฬาในการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงได้หรือไม่

วิธีการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง: นักกีฬาชายสุขภาพดีจำนวน 10 คน
รูปแบบ: การทดลองแบบเปิดเผยข้อมูล (Open-label trial) แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงควบคุม (Control): ไม่ได้รับสารอาหารเสริมใดๆ ช่วงทดลอง (Intervention): ทานโอลิโกนอล (สารสกัดลิ้นจี่)วันละ 2 แคปซูล (รวม 200 มิลลิกรัม/วัน) หลังอาหารเช้าและเย็น เป็นเวลา 7 วัน มีระยะพักครึ่ง (Washout period) 7 วันระหว่างสองช่วง
การทดสอบ: ให้ผู้ร่วมทดลองทำการออกกำลังกายหนักเป็นช่วง ๆ (HIIE) จำนวน 10 เซ็ต และทดสอบ Wingate test เป็นเวลา 30 วินาที เพื่อวัดกำลังเฉลี่ย ระดับแลกเตตในเลือด สารต้านอนุมูลอิสระ อัตราการเต้นของหัวใจ และความเหนื่อยที่รู้สึก

ผลการทดลอง

กำลังเฉลี่ย (Power Output): ในช่วงที่ทานโอลิโกนอลนักกีฬามีกำลังเฉลี่ยในการออกกำลังกาย (HIIE) สูงกว่าช่วงควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ

กรดแลกเตตในเลือด (Blood Lactate): อัตราการเปลี่ยนแปลงของกรดแลกเตต (ตัวชี้วัดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ) ในช่วงที่ทานโอลิโกนอล มีค่าต่ำกว่าช่วงควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ

อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate): อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ยสูงขึ้นในช่วงที่ทานโอลิโกนอล แต่ไม่ได้ทำให้ระดับความรู้สึกเหนื่อย (RPE) เพิ่มขึ้นตาม

การต้านอนุมูลอิสระ: ระดับอนุมูลอิสระ (d-ROMs) ไม่แตกต่างกัน แต่ศักยภาพการต้านอนุมูลอิสระทางชีวภาพ (BAP) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลังจากทานโอลิโกนอล

การทดสอบ Wingate: ไม่พบความแตกต่างที่แน่ชัดระหว่างสองกลุ่ม
สรุปผล (Conclusion)การทานโอลิโกนอลระยะสั้น (7 วัน) ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกายหนักเป็นช่วงๆ (HIIE) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยปรับปรุงระบบเผาผลาญพลังงาน เพิ่มการนำออกซิเจนไปใช้ และลดการสะสมของกรดแลกเตตในกล้ามเนื้อ โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย