Oligonol ปรับระบบการเผาผลาญคอเลสเตอรอล
โอลิโกนอล (Oligonol) สารโพลีฟีนอลน้ำหนักโมเลกุลต่ำที่สกัดจากลิ้นจี่ ช่วยปรับระบบเผาผลาญคอเลสเตอรอลในหนูภายในระยะเวลาอันสั้น ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Oleo Science ปี 2020
บทนำ โรคที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือ NCD เช่น ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคอ้วน กลายเป็นปัญหาสังคมในประเทศพัฒนาแล้ว การวิจัยพบว่าสารโพลีฟีนอลชนิดโปรไซยานิดิน (Procyanidins) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงจะถูกดูดซึมในร่างกายได้จำกัด โอลิโกนอล (Oligonol®) เป็นผลิตภัณฑ์สารฟีนอลิกที่เปลี่ยนโครงสร้างให้เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่า คณะผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาผลโดยตรงต่อการลดคอเลสเตอรอลและกลไกการทำงานระดับโมเลกุลในสภาวะที่ไม่มีคอเลสเตอรอลจากอาหารเข้ามาเกี่ยวข้อง
วิธีการทดลอง โอลิโกนอลประกอบด้วยสารกลุ่มโมโนเมอร์ 16.3%, ไดเมอร์ 13.8%, ไตรเมอร์ และโปรไซยานิดินโมเลกุลใหญ่ 58.6% สัตว์ทดลอง: ใช้หนูแรทสายพันธุ์ Wistar เพศผู้ อายุ 7 สัปดาห์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 7 ตัว กลุ่มควบคุม (Control): ได้รับอาหารมาตรฐานและป้อนน้ำเกลือ กลุ่มโอลิโกนอล (Oligonol): ป้อนสารโอลิโกนอลขนาด 1000 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 3 วัน
การวิเคราะห์: ทำการเก็บตัวอย่างเลือด ตับ ลำไส้ และอุจจาระ เพื่อนำไปวิเคราะห์ระดับไขมัน กรดไขมันสายสั้น และตรวจวัดการแสดงออกของยีน (mRNA) ด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR
ผลการทดลอง การเจริญเติบโต: ปริมาณอาหารที่กิน น้ำหนักตัว และน้ำหนักตับของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน แต่น้ำหนักของไส้ติ่ง/ส่วนต้นของลำไส้ใหญ่ (Cecum) ในกลุ่มโอลิโกนอล เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไขมันในเลือดและตับ: ระดับคอเลสเตอรอลรวมและไตรกลีเซอไรด์ในพลาสมาไม่เปลี่ยนแปลง แต่ระดับคอเลสเตอรอลในตับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่ได้รับโอลิโกนอล
การขับถ่ายผ่านอุจจาระ: กลุ่มที่ได้โอลิโกนอลมีน้ำหนักอุจจาระแห้งเพิ่มขึ้น มีการขับคอเลสเตอรอลรวม (Neutral steroids) ทางอุจจาระเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงเพิ่มการขับกรดน้ำดีชนิดปฐมภูมิ (Primary bile acids) กรดไขมันในทางเดินอาหาร: ปริมาณกรดไขมันสายสั้นรวม (Total SCFA) และกรดบิวทิริก (n-Butyric acid) ในไส้ติ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
การแสดงออกของยีนในตับและลำไส้เล็กส่วนปลาย (Ileum):ในตับ: ยีน CYP7A1 (ยีนหลักที่ทำหน้าที่เปลี่ยนคอเลสเตอรอลไปเป็นกรดน้ำดี )มีการแสดงออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในลำไส้เล็ก: ยีน SHP (ตัวยับยั้งการสร้างกรดน้ำดี) มีการแสดงออกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยีน CYP7A1 ในตับ
ผลและบทสรุป กลไกการลดคอเลสเตอรอล: การได้รับโอลิโกนอลในระยะสั้นช่วยลดคอเลสเตอรอลในตับได้ผ่าน 2 กลไกหลัก คือยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลและน้ำดีกลับเข้าสู่ร่างกายที่บริเวณลำไส้ ส่งผลให้คอเลสเตอรอลถูกขับออกทางอุจจาระมากขึ้น กระตุ้นการสลายคอเลสเตอรอลในตับ โดยไปเร่งการทำงานของยีน CYP7A1 เพื่อเปลี่ยนคอเลสเตอรอลให้กลายเป็นกรดน้ำดี
ผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้: การเพิ่มขึ้นของ (beta )-muricholic acid (ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวต้านตัวรับ FXR) น่าจะเกิดจากการที่โอลิโกนอลเข้าไปปรับเปลี่ยนสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (เช่น ยับยั้งแบคทีเรียกลุ่ม Clostridium) ส่งผลให้กระบวนการส่งสัญญาณยับยั้งการสร้างกรดน้ำดีลดลง ตับจึงสลายคอเลสเตอรอลได้มากขึ้น
สรุป: ผู้วิจัยสรุปว่าโอลิโกนอล มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ดี แม้จะได้รับในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3 วัน โดยอนาคตมีแผนที่จะศึกษาผลของการให้ในปริมาณต่ำและผลต่อหนูที่กินอาหารไขมันสูงในระยะยาวต่อไป
